T

[Fiction-CA] Honeymoon หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

Title : หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

Author : Blue Powder

Pairing : Stucky

Rate : หวานมาก

Summary : สตีฟกลับมาหาบัคกี้อีกครั้ง เพื่อปลุกบัคกี้จากนิทรา เมื่อบัคกี้ตื่นขึ้นเขาก็ได้รู้ว่าสตีฟเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ความรักของทั้งสองที่มีให้กันยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

เม้าท์มอย : ฟิคเรื่องนี้มีส่วนผสมของภาพยนต์และคอมมิคปนๆ กันไป อาจจะงงชื่อตัวละครในคอมมิคที่เข้ามาเพิ่มได้ แต่ไม่ต้องสนใจมากก็ได้ เพราะไม่ใช่ตัวละครสำคัญ (มั้ง)

คำเตือน : ฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการ แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

------------------------------------------------------------------------

 

 

            

           

            นครที่เจริญด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า แต่ยังสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติและพืชพรรณ การรักษาความปลอดภัยสูงอย่างประเทศวาคานด้า คือสถานที่ที่สตีฟ โรเจอร์ หรือกัปตันอเมริกาวางใจที่จะให้เป็นที่หลบซ่อนตัวของบัคกี้ หรือเจมส์ บูคาแนน บาร์นส์ เพื่อนที่เขารักมากที่สุด เขาหวังจะใช้ชีวิตที่สงบสุขที่นี่กับบัคกี้ แต่บัคกี้กลับตัดสินใจที่จะจำศิลตัวเองจนกว่าจะสามารถหาวิธีรักษาโปรแกรมที่ไฮดร้าฝังไว้ไนสมอง เพื่อที่ตัวเองจะไม่ได้ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายใคร โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวเอง

            สตีฟได้แต่ทำความเข้าใจ และถามย้ำถึงเจตนารมณ์ของบัคกี้อีกครั้ง และเมื่อเจ้าตัวยืนยังเขาคงได้แค่ยอมรับ แม้ว่าในใจของเขาจะเจ็บปวดพรานนึกโกรธทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้พวกเขาทั้งสองต้องพรากจากกันอีกครั้ง

            “หลับฝันดีนะบัคกี้ ฉันจะรอวันที่นายตื่นขึ้นมา แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง” สตีฟกล่าวกับร่างของคนที่หลับอยู่ในตู้กระจก มือหนาวางลงบนกระจกใสรับสัมผัสเย็นจัดตรงตำแหน่งที่ตรงกับอกซ้ายของอีกฝ่าย

            “ผมต้องขอฝากบัคกี้ด้วยนะครับ และเสียใจเรื่องท่านพ่อของคุณด้วย” สตีฟเอ่ยกับเจ้าชายแห่งวาคานด้า ที่ยืนชมวิวทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยป่าไม้ผ่านกระจกใสแน่นหนา

            “ไม่ว่าท่านพ่อหรือเพื่อนของคุณต่างก็เป็นเหยื่อด้วยกันทั้งนั้น” ทีซาล่าเอ่ยตอบเมื่อหันมามองสบตากับกัปตันอเมริกา

            “ถ้าศัตรูรู้พวกมันคงกรูกันเข้ามา”

            “หึ ก็ลองดู”

            ทีซาล่าเอ่ยก่อนที่ทั้งสองจะมองออกไปยังภายนอกผ่านกระจกยังธรรมชาติ ป่าไม้ และรูปปั้นเสือดำยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์คุ้มครองประเทศนี้

 

 

2 ปีต่อมา

            ร่างสูงใหญ่กำยำกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ภายในหุ่นยักษ์ที่กำลังอาละวาดทำลายบ้านเมือง เขาต้องเข้าไปทำลายเตาปฏิกรณ์แหล่งพลังงานของกุงนีร์หุ่นรบยักษ์ของชิลด์เพื่อหยุดมันให้ได้ แต่เมื่อใกล้ถึงจุดที่เตาปฏิกรณ์อยู่เขาก็ได้เจอกับไอร่อนเมลที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ สตีฟหลีกเลี่ยงการต่อสู้ เพื่อไปให้ถึงเตาปฏิกรณ์ให้เร็วที่สุด และถึงแม้ว่าเขาจะหยุดการทำงานของกุงนีร์เอาไว้ได้ แต่เขาก็ได้ศูนย์เสียพลังซุปเปอร์โซลเยอร์ไป

            “ผมคิดว่าคุณน่าจะพักผ่อนบ้างนะกัปตัน เดี๋ยวหัวใจวายกันพอดี” แซมมองไปยังชายผมสีดอกเลาที่กำลังแตะต่อยกระสอบทรายมาได้ 5 ชั่วโมงแล้ว ชายสูงวัยร่างกายกำยำหยุดชกก่อนจะหันมามองชายหนุ่มผิวสีที่ยืนกอดอกใช้ไหล่พิงกับเสาขนาดใหญ่ในห้องยิมออกกำลังกาย

            “ตอนนี้นายเป็นกัปตันแล้ว” สตีฟในวัยชราแต่เพราะการออกกำลังกายอย่างหนักติดต่อกันหลายเดือน

            กว่า 6 เดือนที่สตีฟให้แซม วิลสัน หรือฟาคอนรับหน้าที่กัปตันอเมริกาแทน หลังจากเหตุการณ์ไอร่อนเนลใช้กุงนีร์หุ่นรบใหม่ของชิลด์ถล่มเมือง สตีฟศูนย์เสียเซรุ่มซุปเปอร์โซวเยอร์ไปในครั้งนั้น

            “แต่สำหรับผม คุณคือกัปตันอเมริกาเสมอ” แซมยักไหล่ สตีฟยิ้มบางจนเกิดรอยย่นที่มุมปาก แม้จะดูแก่แต่แซมก็ยังคิดว่าสตีฟยังคงดูดี แม้จะไม่มีพลังเหนือมนุษย์ แต่ถ้าไปเตะต่อยกับหนุ่มๆ คงชนะได้ง่ายๆ

            “ขอบใจ” สตีฟเอ่ยขอบคุณเมื่อแซมถือชวดน้ำมาให้ มือหยาบหนารับมาเปิดดื่ม “สู้กันสักยกไหม”

            “...ไม่ล่ะ ผมยังไม่อยากเสียโฉมนะ เห็นคลินส์ตาเขียวตั้งแต่อาทิตย์ก่อนยังไม่หายเลย แถมบอกว่าหมัดคุณหนักด้วย” แซมถอยหลังยกมือขึ้นทำท่ายอมแพ้ สตีฟรู้สึกเสียดายนิดหน่อยแต่ก็ยังยิ้ม

            “ฮ่าๆๆ งั้นไปหาอะไรกินกัน” สตีฟตบไหล่แซมแรงๆ

            “เนี้ย ผมกำลังจะมาชวนคุณพอดี” แซมว่าแล้วเดินตามสตีฟออกไปจากห้องเดินเข้าไปในลิฟท์ขึ้นสู่ชั้นบน

            “แล้วกับเจ้ามดน้อยของนายไปถึงไหนแล้วล่ะ” สตีฟถามพร้อมกดปุ่มเลขชั้น

            “เฮ้ย! นี่คุณพูดเรื่องอะไร ใครมดน้อยของใครพูดดีๆ นะกัปตัน” แซมรีบถามทันที ดวงตาสีฟ้าคมแอบเห็นว่าใบหูของแซมกำลังแดง

            “ก็นี่ไงพูดดีๆ ไม่ได้ตะคอกสักหน่อย” แซมปิดปากเงียบ แต่สตีฟพูดต่อ “ไม่เห็นจะน่าอายเลย ชอบก็บอกเขาไปสิว่าชอบ”

            “โอ้ย มันไม่ง่ายแบบนั้นนะสิ” แซมโอดครวญเมื่อประตูลิฟท์เปิดออก ที่นี่เป็นตึกที่พักฐานลับของกลุ่มอเวนเจอร์ซีเคร็ทที่สตีฟก่อตั้งขึ้นเอง

            “แปลว่ายอมรับแล้ว”

            “เฮ้อ... ก็ได้ๆ ผมชอบเขาโอเคไหม” แซมยอมแพ้ สตีฟหัวเราะชอบใจ

            “กับลูกสาวเขาเป็นยังไง เข้ากับเธอได้ไหม” สตีฟถามต่อ

            “เธอเป็นเด็กน่ารักมาก นิสัยดี ร่าเริง เราเข้ากันได้ดี สามวันก่อนผมพาเธอขึ้นไปบินเล่น แต่โดนสก็อตต์ด่า” แซมพูดไปด้วยน้ำเสียงปนเศร้า

            “เขาก็ต้องกลัวลูกเขาบาดเจ็บเป็นธรรมดา” มือหยาบหนาตบลงบนไหล่หนาของแซมอย่างปลอบใจ พอดีกับที่สก็อตต์เดินสวนมาพอดี ชายหนุ่มร่างเล็กสะบัดหน้าหนีเมื่อสบตากับแซม แล้วเดินหนีไปอีกทาง

            “โดนเมินสมบูรณ์แบบเลยนิ”

            “สมบูรณ์แบบเลยล่ะ”

            “ไงหนุ่มๆ สบายดีกันหรือเปล่า” หญิงสาวผมแดงเอ่ยถามเมื่อสตีฟและแซมเดินมาถึงห้องอาหารรวม

            “หวัดดีนาตาชา ลมอะไรหอบมาหรือ” แซมเดินมาหาเธอพร้อมเอ่ยถาม

            “มาเยี่ยมคุณปู่นะสิ ตั้งแต่โดนดูดเซรุ่มก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย” หญิงสาวกอดชายสูงวัย สตีฟกอดตอบทั้งสองยิ้มให้กัน หญิงสาวอดเอ่ยปากแซวไม่ได้ “ถึงจะแก่แต่หุ่นยังล่ำขย้ำใจเหมือนเดิม”

            “สบายดีนะ”

            “สบายดีมากเกินไปนะสิ เลยมาที่นี่เผื่อจะมีอะไรทำบ้าง”

            “พอดีเลย มาเป็นคู่ซ้อมให้หน่อยสิ” สตีฟชักชวนหญิงสาว

            “พอเลยๆ เธอก็ช่วยฉันหน่อยสิแนท” แซมหันมาขอความช่วยเหลือ ก่อนที่เธอจะตอบตกลงกับสตีฟไป

            “ช่วยอะไร” หญิงสาวถาม

            “ก็ตั้งแต่ตอนนั้นคุณปู่ก็เอาแต่ฝึกๆๆ ไม่ค่อยยอมพักเลย เธอช่วยบอกให้เขาไปพักผ่อนหน่อยสิ”

            “อ่องั้นเหรอ แย่จังนะ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรพักนะสตีฟ” หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจที่แซมบอก เพราะเธอค่อนข้างแน่ใจว่าเธอรู้นิสัยสตีฟดีระดับหนึ่ง

            “ฉันไม่เหนื่อย จะพักทำไม” สตีฟพูดแล้วเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ครัว แซมกับนาตาชามองหน้ากันพร้อมลงความเห็นตรงกันว่าสตีฟกำลังจะกลายเป็นตาแก่หัวดื้อ ขี้น้อยใจ

            “ฉันคิดว่าความคิดของแซมเป็นความคิดที่ดีนะ คุณทำเพื่อคนอื่นมามาก หัดทำเพื่อตัวเองสะบ้าง” หญิงสาวตามมาอธิบาย

            “ใช่เลย ถูก” แซมเห็นด้วย

            “อย่างไปเที่ยวฮาวายหรือพัทยา แอบแดดกับสาวๆ”

            “นั่นยิ่งดีใหญ่เลย!”

            “ไม่มีสาวคนไหนอยากเดทกับคนแก่หรอก” สตีฟบอก

            “ไม่จริงสักหน่อย ดูหุ่นคุณกล้ามคุณสิ สาวคนไหนจะปฏิเสธลง”

            “ใช่เลย!”

            “ไม่ล่ะ” สตีฟปฏิเสธกำลังจะเดินหนี

            “งั้นไปวาคานด้าไหม ไปเยี่ยมบัคกี้ไง” เมื่อหญิงสาวพูดถึงบัคกี้ สตีฟก็ชะงักไป ความคิดถึงที่อยู่ลึกในอกตีวนขึ้นมาจนสตีฟรู้สึกแน่นในอก

            “ใช่ๆ ไปเยี่ยมบัคกี้ ป่านนี้จะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ถือโอกาสพาเขาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาไง” แซมพูดเสริมเมื่อรู้ว่าคำแนะนำของนาตาชากำลังได้ผล

            “แต่เขายังไม่ออกจากแคปซูล แถมยังหาวิธีรักษาโปรแกรมของไฮดร้าที่ฝังในหัวไม่ได้” สตีฟบอกพร้อมถอนหายใจ มือเรียวของนาตาชาวางลงบนไหล่หนากำยำ

            “ไม่เห็นเป็นไร ฉันเชื่อว่าคุณปกป้องเขาได้”

            “ใช่ ไม่ก็ไปเยี่ยมธรรมดา เที่ยวในวาคานด้าก็ได้ แบบชมนกชมไม้ ไม่ก็ซื้อของกินไปฝาก”

            “ไม่ใช่แค่วาคานด้าหรอก เพราะฉันมีนี่” นาตาชาหยิบอุปกรณ์บางอย่างให้ดู

            “เจ๋งเป๋ง!!!” แซมร้องออกมาอย่างทึ่งๆ

            “ก็ได้ๆ ขอบใจทุกคนนะที่เป็นห่วง ถ้างั้นฝากทางนี้ด้วยนะ”

            “เชื่อมือเราได้เลย” นาตาชากับแซมเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

 

 

วาคานด้า

            ยานบินความเร็วสูงชะลอความเร็วลงสู่ดาดฟ้าตึกของราชวงค์แห่งวาคานด้า ประเทศของแบล็คแพนเธอร์ สตีฟลงจากยานเมื่อยานจอดสนิทแล้ว กษัตริย์แห่งวาคานด้ายืนต้อนรับพร้อมผู้ติดตาม

            “ยินดีต้อนรับสู่วาคานด้า” ทีชาล่าเอ่ยขึ้นเมื่อสตีฟเดินมาหยุดตรงหน้า

            “ยินดีมากที่ได้เจอคุณอีกครั้ง” สตีฟยื่นมือไปจับทักทาย ทีซาล่าจับมือนั้นและเขย่าเบาๆ

            “เช่นกัน”

            “ขอโทษที่มารบกวนกะทันหัน แถมเช้ามากขนาดนี้” สตีฟเอ่ยเมื่อทั้งสองเดินเข้าไปในตึก

 &n