T

[Fiction-CA] Honeymoon หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

Title : หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

Author : Blue Powder

Pairing : Stucky

Rate : หวานมาก

Summary : บัคกี้ทำสตีฟงอนสะแล้ว มาดูสิว่าบัคกี้จะง้อยังไงให้สตีฟหายโกรธ >w<

เม้าท์มอย : ฟิคเรื่องนี้มีส่วนผสมของภาพยนต์และคอมมิคปนๆ กันไป อาจจะงงชื่อตัวละครในคอมมิคที่เข้ามาเพิ่มได้ แต่ไม่ต้องสนใจมากก็ได้ เพราะไม่ใช่ตัวละครสำคัญ (มั้ง)

คำเตือน : ฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการ แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

------------------------------------------------------------------------

 

 

            

           

            วิธีง้อคนแก่

            บัคกี้พิมพ์คำนี้ลงในกูเกิล และตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูล หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน สตีฟกลายเป็นตาแก่ขี้น้อยใจไปสะแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกผิดนิดหน่อย เพราะสตีฟอุตส่าห์พาเขามาเที่ยวถึงที่นี่ ทำให้ได้กินของอร่อยๆ มากมาย ได้เปิดหูเปิดตา ถึงจะชอบลวนลามไปหน่อย ถึงจะรู้ว่าตัวเองไม่ผิด แต่เขาก็ควรง้ออยู่ดี

            ตอนนี้สตีฟออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า ไม่รู้ว่าหายไปไหน เหมือนจะหลบหน้ากัน แถมไม่มีโน้ตบอกไว้อีก ทำให้บัคกี้รู้สึกแย่กับเช้าวันนี้มาก รอจนสายของวันก็ไม่เห็นกลับมา เขาจึงคิดว่าสตีฟคงงอน และเขาควรจะเป็นฝ่ายง้อบ้าง

            เวลาผ่านไปนานมากบัคกี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่น่าพอใจเท่าไหร่ จนสุดท้ายเขาต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาคนบ้างคนที่คาดว่าพอจะช่วยเขาได้ รอเพียงไม่นานคนที่โทรหาก็รับสาย

            [ฮัลโหล]

            “หวัดดีนาตาชา ฉันมีเรื่องอยากปรึกษาหน่อย” บัคกี้พูดเสียงหงอยๆ

            [เรื่องคุณปูลามกขี้งอนหรือเปล่า]

            “ธ..เธอรู้...” บัคกี้ครางออกมาอย่างแปลกใจ

            [รู้สิ เมื่อเช้าคุณปู่เพิ่งจะโทรมาระบายให้แซมฟัง แซมเลยเอามาเล่าให้ฟังอีกรอบ]

            “แล้วเธอคิดว่าฉันควรทำยังไง ควรจะง้อ หรือทำเฉย”

            [คุณง้อเขาบ้างก็ดีนะ ให้แต่อีกฝ่ายง้อเรา ถ้าเขาเบื่อขึ้นมาละก็...]

            “โอเคๆ แล้วฉันต้องทำยังไง”

            [ฉันจะส่งของไปให้ คุณแค่ใส่มัน เปลืองตัวนิดหน่อย แค่นี้ก็มัดใจคุณปู่ได้แล้ว]

            “ขออะไร!”

            ยังไม่ทันพูดจบ นาตาชาก็กดตัดสายไปแล้ว บัคกี้มองโทรศัพท์อย่างมึนงง และไม่ค่อยไว้ใจคำพูดที่นาตาชาบอก

 

 

            เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ สตีฟนั่งถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยเห็นจะได้ในวันนี้ ตั้งแต่เมื่อคืนที่บัคกี้ไล่ให้ออกมานอนที่ห้องนั่งเล่น เช้ามาก็ออกจากบ้านด้วยความน้อยใจ ไปซื้อโทรศัพท์แทนเครื่องที่พังไปเพื่อโทรระบายกับแซม จนสุดท้ายมานั่งกินลมชมวิวบนหาดทราย ที่ผู้เดินผ่านไปมาแทบจะนับได้

            ตอนนี้บัคกี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ตื่นมาจะได้กินข้าวเช้าหรือเปล่า แล้วตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ กำลังคิดถึงเขาอยู่หรือเปล่า หรือว่ากำลังโกรธ...

            “เฮ้อ....”

            ในขณะสตีฟกำลังนั่งกลุ้มใจอยู่ ทางด้านบัคกี้ก็กำลังกลุ้มใจไม่แพ้กัน เป็นครั้งแรกที่พวกเขาผิดใจกันด้วยเรื่องขี้เล็บ ขนาดเมื่อก่อนทะเลาะกันแรงกว่านี้ยังไม่อึดอัด ทำอะไรไม่ถูกเท่านี้เลย อาจเป็นเพราะความสัมพันที่พัฒนามาเป็นคนรักกัน เลยทำให้อะไรๆ ก็ดูจะเปาะบางไปหมด

            “โอ๊ย! ยิ่งคิดยิ่งหิว” บัคกี้บ่นขณะนั่งดูซีรี่ เวลาผ่านไปจนเลยเที่ยง บัคกี้เลยย้ายก้นจากโซฟา ไปที่ห้องครัวแทน เพื่อทำอะไรง่ายๆ กิน

            หลังจากกินอาหารเสร็จ บัคกี้เดินออกมานอกบ้าน เพื่อมานอนเล่นบนเปลไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ มองออกไปยังหาดทรายขาวๆ น้ำทะเลใสๆ ลมพัดเย็นสบาย ทำให้ความหงุดหงิดลดลงบ้าง ถ้าสตีฟนอนเล่นอยู่ข้างเขาในตอนนี้คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว

            “มีพัสดุมาส่งครับ” เสียงชายคนหนึ่งถือกล่องเข้ามา ทำให้บัคกี้หันไปมอง ร่างโปร่งลุกขึ้นเดินไปหา

            “ใช่คุณเซบาสเตียน อีแวนส์หรือเปล่าครับ”

            “เอ่อ...ใช่” บัคกี้ตอบอย่างกระดากปาก

            “ช่วยเซ็นรับตรงนี้ด้วยครับ” บัคกี้เซ็นชื่อลงไป แล้วรับของมา พนักงานจากไปแล้ว บัคกี้ก้มลงมองกล่องที่มีขนาดเบาอย่างสงสัย

            กล่องถูกวางลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโทรทัศน์ บัคกี้ค่อยๆ แกะกล่องแล้วเปิดออก มีผ้าสีดำถูกพับไว้อย่างดี รอบด้านเป็นกระดาษรองเอาไว้รอบๆ และด้านล่าง มือเรียวหยิบสิ่งที่อยู่ในกล่องออกมาดูอย่างสงสัย     ชุดกระโปรงทำจากผ้าบางๆ สีดำแบบเกาะอกมีผ้าขนสัตว์พูยาวติดที่ขอบของส่วนอก และปลายกระโปรง ปลอกคอหนังสีดำติดกระดิ่ง และปลอกแขนสีดำ นอนนิ่งอยู่ในกล่อง ทำให้ดวงตาสีเทาเบิกกว้าง มือเรียวทิ้งชุดนั่นลงกล่องทันที ก่อนจะต่อสายหาคนที่ทำการส่งสิ่งนี้มาให้เขา

            [ฮัลโหล ว่าไง ได้ของหรือยัง]

            “เธอส่งของบ้าอะไรมาเนี้ย นาตาชา” บัคกี้โวยวายอย่างเดือดดาล

            [แปลว่าของถึงแล้ว คุณก็แค่ใส่มัน ก็แค่นั้นเอง] เสียงของเธอนิ่งๆ ปนสนุกสนาน

            “ไม่มีทาง ฉันไม่ยอมใส่มันเด็ดขาด” บัคกี้พูดเสียงต่ำอย่างหงุดหงิด

            [แน่ใจเหรอว่าจะไม่ใส่ ฉันขอยืนยันว่าถ้าคุณใส่มันให้สตีฟดู เขาต้องหายโกรธ และวันฮันนีมูนของคุณกับเขาก็จะกลับมาหวานชื่นอีกครั้งแน่นอน]

            “ไม่! ให้ฟ้าถล่ม หรือโลกแตกวันนี้ ฉันก็ไม่ใส่”

            [งั้นก็ตามใจ ไม่ใส่ก็ไม่ใส่ หาทางง้อสามีเองก็แล้วกัน]

            “เดี๋ยว นาตาชา!” หญิงสาวตัดสายไปอีกรอบ บัคกี้มองไปยังชุดที่นอนนิ่ง แล้วหยิบฝามาปิดกล่องเอาไว้ ไม่อยากเห็นอะไรแบบนี้อีก

            “ฉันไม่มีทางใส่มันแน่” พูดเหมือนย้ำกับตัวเอง ก่อนจะเดินปึงปังออกไปจากบ้าน เพื่อหนีให้ไกลจากชุดบ้าๆ ที่นาตาชาส่งมา

 

 

            สตีฟถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็นับแทบไม่ไหวแล้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจยืนขึ้นเพื่อกลับบ้านไปง้อบัคกี้ของเขา ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหายโกรธหรือยัง ต่อต้องโดนจับทุ่มเข้าข้างฝาผนังบ้าน เขาก็ยอมแล้ว ขอแค่บัคกี้หายโกรธก็พอ

            ขายาวเดินเรียบชายหาดมาถึงหน้าบ้าน ตอนนี้อาทิตย์ลับฟ้าไปได้ครึ่งดวง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม ใกล้มืดเต็มที แต่ภายในบ้านเงียบสนิท ราวกับไม่มีใครอยู่ หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อนึกว่าบัคกี้จะโกรธแล้วหนีเขาไปแล้ว

            แกร๊ก

            “บัคกี้” สตีฟเปิดประตูเข้าไปในบ้านแล้วร้องเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา กลิ่นหอมบางอย่างลอยออกมาจากห้องนอน สตีฟตรงไปที่นั้นทันที จากประตูที่แง้มไว้ถูกเปิดออกกว้าง แสงเทียนถูกจุดสว่างบนที่รองกระเบื้องวางอยู่รอบห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเทียนสมุนไพรลอยอบอวนยวนใจ แต่ไม่เท่ากับร่างที่นั่งอยู่บนเตียง

            “บ..บัคกี้...” สตีฟมองภาพนั้นอย่างตะลึง ร่างสูงโปร่งในชุดกระโปรงสั้นประดับขนสัตว์สีดำ ถุงน่องดำจนถึงต้นขา กระดิ่งสีทองวาววับติดกับปลอกคอหนัง หูปลอมที่สวมอยู่บนหัว ปลอกแขนสีดำที่ข้อมือทั้งสองข้าง จากท่านั่งเปลี่ยนมาคลานบนเตียง เมื่อสตีฟเดินเบลอๆ เข้ามาใกล้ด้วยภาพตรงหน้าที่ได้แค่ฝัน ตอนนี้มันกลายเป็นจริง อยากตบหน้าตัวเองสักร้อยรอบดูว่าเจ็บไหม แต่กลัวว่าหากนี้คือฝัน เขาก็ไม่อยากตื่นเท่าไหร่

            “สตีฟ...” บัคกี้นั่งทับขาตัวเองบนเตียง มือเรียววางลงบนอกกำยำ นิ้วเรียวยาวเขี่ยไปมาบนอกกว้าง ดวงตาที่ช้อนขึ้นมาช่างออดอ้อน ถ้าใครมาเห็นภาพนี้นอกจากเขา เขาคงอกแตกตาย และฆ่าพวกมันซะ

            “บัคกี้ ท..ทำไม” สตีฟถามเสียงสั่น พยายามบังคับให้พูดด้วยน้ำเสียงปรกติที่สุด ก้มลงมองร่างที่กำลังทำท่าอ้อนสุดฤทธิ์นั้น และต่อให้ไม่อ้อนเขาก็แทบลงไปนอนสยบแทบเท้าบัคกี้แล้ว

            “ขอโทษนะสตีฟ ที่ฉันทำให้นายโกรธ ฉันไม่น่าจะทำแบบนั้นทั้งๆ ที่นายทำเพื่อฉันมาตั้งมากมาย” แขนที่มีมัดกล้าม แต่เรียวเล็กกอดเอวสอบเอาไว้ สตีฟเริ่มประมวลผลในหัวอย่างรวดเร็ว และคนฉลาดอย่างเขามีหรือจะอ่านสถานการณ์ไม่ออก

            บัคกี้คิดว่าที่เขาหายไปนานเพราะโกรธเรื่องเมื่อคืน จึงทำการง้อเขาด้วยวิธีนี้ และสตีฟกำลังเดินเกมเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด

            มือหนาผลักบัคกี้ลงนอนบนเตียง ร่างสูงใหญ่ลงไปคร่อมเอาไว้ ดวงตาคมสบกับดวงตาสีเทาที่มีประกายตาคาดหวัง ว่าเขาจะหายโกรธ

            “ใช่ เมื่อคืนฉันโกรธ เพราะนายเอาแต่ใจตัวเอง สงสัยฉันจะตามใจนายมากไป จนเคยตัวและไม่สนความรู้สึกฉัน จริงไหม” มือหนาเชยคางของบัคกี้ขึ้นมาสบตากัน เมื่อได้สบตาคมกล้านั้นบัคกี้แทบทำอะไรไม่ถูก เพราะมันทำให้เขาดูไร้ทางต่อต้าน ยิ่งสตีฟที่เป็นหนุ่มใหญ่ทำหน้าเข็งขรึมมาให้ เขาก็ราวกับเด็กน้อยในอ้อมอกของผู้ใหญ่

            “ตอนนี้หายโกรธแล้วใช่ไหม”

            “ขึ้นอยู่กับนายบัคกี้ ว่านายทำให้ฉันพอใจได้แค่ไหน”

            คำพูดของสตีฟทำให้บัคกี้นึกถึงคำพูดของนาตาชาผ่านทางโทรศัพท์ ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการง้อสตีฟ เนื่องจากตัดสินใจทำตามแผนของเธอ เพราะเขาคิดแผนอื่นไม่ออก เธอบอกว่าแค่ใส่ชุด และทำให้สตีฟพอใจ

            “ฉันต้องทำยังไงบ้าง...”

 

------------------------------------------------------------------------

 

ตัดฉับ

 

------------------------------------------------------------------------

 

            สตีฟยกร่างเล็กกว่าไปนอนบนโซฟาในห้องนอนตรงมุมห้องใช้ผ้าห่มคลุมร่างเอาไว้ หยิบกางเกงยีนที่ถอดทิ้งไว้บนพื้นมาใส่ แล้วเริ่มทำความสะอาดเปลี่ยนผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่มให้เรียบร้อย

            ร่างสูงเตรียมน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้บัคกี้ เพื่อจะทำให้สบายตัวขึ้น เขาเริ่มใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำบิดจนหมาดมาเช็ดหน้าให้ ตามด้วยลำคอขาว มาจนถึงหนาอก ผ่านไปหลายนาทีสตีฟก็เช็ดตัวให้จนเสร็จ เตรียมจะลุกขึ้นไปหาเสื้อมาให้ใส่ แต่ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยิ้มร้ายๆ ที่เขาไม่เคยแสดงออกมาให้ใครเห็น

 

 

            บัคกี้ตื่นขึ้นมาในยามบ่ายแก่ๆ หลังจากร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จนนอนไม่ไหว และท้องร้องอยากอาหารอร่อยๆ เขาจึงจำใจลุกขึ้นจากเตียง โชคดีที่ร่างกายแบบวินเธอร์โซลเยอร์ฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว เมื่อลุกขึ้นนั่งบนเตียง ร่างกายที่ไม่เหนียวเหนอะหนะและเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของสตีฟที่ถูกนำมาใส่ให้ ทำให้บัคกี้อารมณ์ดีขึ้น แม้จะรู้สึกว่าสิ่งที่สตีฟปล่อยไว้ข้างในจะยังไม่ถูกเอาออก พลางคิดในใจว่าถ้าเขาท้องได้คงมีลูกให้สตีฟสักโหล เพราะความขยันทำการบ้านของเขา

            บัคกี้เดินออกมาจากห้องนอนเพื่อตามหาสตีฟ แต่ดูเหมือนจะไม่อยู่ บัคกี้เดินตรงไปยังห้องครัว มีโน้ตแปะไว้บนตู้เย็นเขียนตัวลายมือของสตีฟ

            ‘ออกไปซื้อของมาทำข้าวเย็น ถ้าตื่นมาแล้วหิวฉันทำอาหารใส่ไว้ในตู้เย็น อุ่นกินได้เลย ...สตีฟ...’

            บัคกี้ยิ้มกับโน้ตที่สตีฟทิ้งไว้ ดีใจกับความใส่ใจของคนรัก บัคกี้เปิดตู้เย็นนำกล่องที่ใส่อาหารอยู่ในนั้นเข้าไมโคเวฟ อุ้นแล้วนำมานั่งกินที่ห้องนั่งเล่นดูซีรี่ไปด้วยระหว่างรอให้สตีฟกลับมา

            เวลาผ่านไปจนซี่รี่เรื่องหนึ่งจบตอน บัคกี้มองดูเวลาจากนาฬิกาที่ติดตรงผนัง ผ่านไปสามสิบนาที อาหารที่กินเข้าไปก็หมดแล้ว กล่องเปล่าวางอยู่บนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา เมื่อท้องอิ่มความง่วงก็เข้าคลอบงำอีกครั้ง นั่งหาวอยู่สองสามครั้งเขาก็ล้มตัวลงนอนบนโซฟา และหลับไปในที่สุด

 

 

            สตีฟหอบข้าวของเข้ามาในบ้าน ดวงตาคมมองไปยังโซฟาห้องนั่งเล่นเห็นร่างของบัคกี้นอนอยู่ โดยโทรทัศน์ถูกเปิดทิ้งไว้ กล่องใส่อาหารวางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา ร่างสูงเดินตรงไปหยุดหลังโซฟา ก่อนจะโน้มตัวลงไปหอมแก้มนิ่มหนึ่งครั้งหากำไรเล็กๆ น้อยๆ จากร่างเล็กที่นอนไม่รู้เรื่องรู้ราว

            “อืม... สตีฟ กลับมาแล้วเหรอ” บัคกี้ลืมตาขึ้น เมื่อรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสัมผัสหน้า ใบหน้าหล่อเหลาแบบชายชราอยู่ตรงหน้าของคนที่นอนอยู่

            “ครับ ซื้อของมาเยอะเลย หิวหรือยัง”

            “หิวแล้ว...” บัคกี้ตอบเสียงงัวเงีย จึงได้รับจูบอีกครั้งบนหน้าผากเพราะความน่ารัก

            “งั้นรอเดี๋ยว จะทำอะไรให้กิน” สตีฟถือถุงเข้าไปในห้องครัวเริ่มจัดของเข้าตู้เย็น แยกส่วนที่จะทำเป็นอาหารเย็นไว้บนโต๊ะในห้องครัว

            “ให้ช่วยอะไรไหม” บัคกี้เดินมาหยุดพิงกรอบประตูห้องครัว มองดูอีกคนกำลังจัดของใส่ตู้เย็น

            “ไม่นอนต่อแล้วเหรอ” สตีฟหันขึ้นมาถาม

            “นอนจนเบื่อแล้ว” บัคกี้เดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่ เดินไปหยุดข้างโต๊ะที่มีปลาหมึกตัวใหญ่อยู่ใรถุง สตีฟมองท่าทางของบัคกี้แล้วยิ้มจนอดถามไม่ได้

            “ยิ้มอะไร”

            “นายตอนใส่ผ้ากันเปื้อนมันน่ารักดี”

            “เก็บต่อมหื่นนายไว้สะ วันนี้ฉันไม่ยอมนายอีกแน่” บัคกี้จับมีดขึ้นมาควงไปมาอย่างเชี่ยวชาญ จนสตีฟยิ้มแห้งๆ แต่ไม่วายจะหยอกล้อกลับไป

            “แปลว่าพรุ่งนี้จะยอมใช่ไหม”

 

 

            หลังจากวันนั้น บัคกี้ถูกเอาเปรียบหลายต่อหลายครั้ง จนต้องทำข้อตกลงกันใหม่ ให้สตีฟทำวันเว้นวัน ครั้งละไม่เกินสองรอบ เพื่อจะได้มีเวลาออกไปไหนบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นคงได้อยู่แต่ที่บ้านพัก

            จากพัทยาสตีฟกับบัคกี้ก็ได้ไปเที่ยวที่อื่นหลายที่ ทั้งเมืองเก่า วัด สถานที่จับจ่ายซื้อของที่ระลึก บางวันก็ลงเล่นน้ำทะเลบนหาดหน้าบ้าน บัคกี้ก่อทรายเป็นปราศาทหลังใหญ่ โดยสตีฟโชว์ฝีมือทางศิลปะสลักทรายเป็นลวดลาย ปราศาททรายแรกของพวกเขาที่ช่วยกันทำจึงออกมาสวยงาม โดยที่ไม่ลืมจะเก็บภาพประทับใจเป็นภาพถ่ายฝีมือสตีฟและบัคกี้สลับกันไป

            บางวันทั้งสองขี้เกียจออกไปไหน บัคกี้ก็จะได้เป็นแบบวาดภาพของสตีฟ เขาขอร้องให้บัคกี้ถอดหมดแต่บัคกี้ไม่ยอม มากสุดคือใส่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว บัคกี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาสตีฟมองมาด้วยแววตาจริงจังทำให้เขาตกหลุมรักสตีฟตามนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ต่างกับยามหื่นลิบลับ

           จนเวลาล่วงเลยไปหนึ่งอาทิตย์ สตีฟก็ได้ฤกษ์พาบัคกี้มาส่งวาคานด้าเสียที หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่จนแซมติดต่อมาขอความช่วยเหลือในภารกิจใหม่ที่ค่อนข้างใหญ่ สตีฟจึงจำต้องพาบัคกี้กลับ ด้วยเครื่องบินความเร็วสูงที่นาตาชาขับมารับด้วยตัวเอง

            “ไงกัปตัน เที่ยวสนุกจนลืมหน้าที่เลยนะ”

            “ฉันยกหน้าที่กัปตันอเมริกาให้แซมไปแล้วนะ” สตีฟพูดติดตลก หอบของฝากขึ้นเครื่องบินพะรุงพะรังและบัคกี้ถือกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นตามมา

            “นั่งดีๆ ล่ะจะไปแล้ว” หญิงสาวเอ่ยเตือนแล้วเร่งเครื่องบินออกไปหลังจากสตีฟและบัคกี้นั่งที่เรียบร้อยแล้วที่เบาะด้านหลัง

 

 

            ใช้เวลาไม่นานเครื่องบินก็มาถึงวาคานด้า สตีฟลงจากเครื่องบินพร้อมบัคกี้และนาตาชา ทีซาร่ายืนรอต้อนรับอยู่พร้อมกับผู้ติดตาม

            “นี่ของฝากจากประเทศไทยครับ” สตีฟส่งของขวัญให้กับชายหนุ่ม

            “ขอบคุณครับ” เขารับมาด้วยรอยยิ้มยินดีก่อนจะส่งให้คนติดตามช่วยถือ หลังจากนั้นทั้งหมดพากันเดินมาที่ห้องสำหรับให้บัคกี้จำศิล ทีซาล่าขอตัวออกไป นาตาชารอที่ด้านนอกห้อง เพื่อให้ทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว

            “สตีฟ ให้ฉันไปช่วยไม่ได้เหรอ” บัคกี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

            “ไม่ได้หรอกบัคกี้ ถ้านายไปด้วยฉันคงมัวแต่ห่วงนายจนไม่ได้ทำอะไร รอให้ฉันเสร็จงานจากที่โน้นเมื่อไหร่ ฉันจะมาหาอีกนะ” สตีฟกดจูบลงบนหน้าฝากขาวเบาๆ ก่อนจะลงมาประกบริมฝีปากแดงเรื้อ จูบที่หอมหวานส่งถึงกันก่อนการจากลาจะมาถึง

            “สัญญานะว่าจะกลับมา” บัคกี้เอ่ยถามเมื่อทั้งสองละปากออกจากกัน หน้าฝากทั้งสองสัมผัสกันเบาๆ ดวงตาสองคู่สบกันอย่างสื่อความหมาย

            “สัญญา ฉันสัญญาว่าจะกลับมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”

            บัคกี้ยิ้มบางให้กับแววตามุ่งมั่นของสตีฟ ร่างโปร่งเดินเข้าไปยืนในหลอดแก้วขนาดใหญ่ ทั้งสองยิ้มให้กันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สตีฟจะกดปุ่มให้ประตูกระจกเลื่อนปิดอย่างช้าๆ เพียงไม่นานความเย็นที่ถูกปล่อยออกมาก็ทำให้บัคกี้หลับไปอีกครั้ง

            “ฝันดีนะบัคกี้”

 

 

ส่งท้าย

 

            “ยิ้มอะไรอยู่กัปตัน” นาตาชาเอ่ยถามเมื่อกลับมาถึงฐานลับแล้วจนแจกของให้ทุกคนหลังจากปรึกษาภารกิจใหม่ และเริ่มส่งหน่วยเข้าไปล่วงข้อมูล ตอนนี้สตีฟนั่งยิ้มกับมือถือรุ่นใหม่ที่เขาได้มา หนุ่มใหญ่ตกใจรีบเอามือถือซ้อนไว้ทันที

            “เปล่า”

            “แน่ใจนะว่าไม่มี” สตีฟรู้ดีว่าถ้าเขาไม่บอกนาตาชาต้องพยายามหาคำตอบให้ได้ และไม่เกินตามสามารถเธอหรอกถ้าเธอต้องการ

            “ก็แค่นั่งดูรูปถ่ายตอนไปเที่ยวมา ตามประสาคนแก่” สตีฟยักไหล่เบาๆ หญิงสาวพยักหน้าให้ แปลว่าเธอเชื่อ “จะดูด้วยกันไหม”

            “ไม่ล่ะ ฉันต้องไปสมทบกับแซม ปล่อยคุณปู่ไว้ที่นี่กับรูปถ่ายระลึกความหลังไปแล้วกัน” หญิงสาวปฏิเสธไป เพราะไม่อยากเห็นหน้าคนอวดแฟนของสตีฟให้อิจฉา

            หลังจากนาตาชาไปแล้วสตีฟเอาโทรศัพท์มาดูอีกครั้ง เป็นรูปบัคกี้ในผ้ากันเปื้อนที่เขาแอบถ่ายไปแล้วบัคกี้พังโทรศัพท์ทิ้ง โชคดีเขาโหลดภาพเก็บใส่ฐานข้อมูลส่วนตัวของเขาที่นี่ไว้ และภาพบัคกี้นอนใส่ชุดแมวอีก เขาคงเอาไปให้ใครดูไม่ได้

            โดยเฉพาะบัคกี้...

 

Fin.

 

 

สวัสดีค่ะ ขออภัยที่ตอน 3 ช้ามากเนื่องจากถูกงามทับตาย กว่าจะงัดตัวเองออกจากกองงานมาได้ก็เหนื่อยเหลือแสน เลยต้องใช้เวลาว่างที่มีน้อยนิดทยอยเขียนเอา อาจไม่ประติดประต่อนะคะ ส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับการเขียน NC มาก (แงๆ สกิลถดถอย) วันนี้ว่างเลยเขียนให้จบ ลงทีเดียวเลยเพราะดองนานไปไม่ดีต่อหัวใจคนอ่าน T^T

ปล. ตัดฉับขอได้ด้วยการทิ้งอีเมลไว้

ปล. 2 ผิดพลากประการใดขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยค่า

 

 

 

edit @ 6 Jun 2016 21:56:00 by BluePowder

Comment

Comment:

Tweet

@rain ส่งให้แล้วนะคะ

#4 By BluePowder on 2016-06-16 09:47

หืมมมมม ค้างมากมายจนต้องมาส่งเมล์ให้5555

rain_hatari@outlook.com

#3 By rain on 2016-06-15 00:40

@Airy-Y-kingdoM  ส่งให้แล้วนะคะ ^^

#2 By BluePowder on 2016-06-07 21:14

โผมนี่ทิ้งเมลล์รัวๆเลยครัช ryojang_ryo@hotmail.com //ขอบคุณค่า ^^

#1 By Airy-Y-kingdoM on 2016-06-07 17:34