T

[Fiction-CA] My Honey คนนี้ที่รักผมเองครับ

Title : คนนี้ที่รักผมเองครับ

Author : Blue Powder

Pairing : Stucky

Rate : หวานๆ ใสๆ (มั้ง)

Summary : โอ้ยแฟนผมน่ะน่ารักนะครับ แต่ช่วงนี้ดูแปลงๆ ไปนะ ผมอยากรู้จังว่าเป็นอะไร แต่ติดที่แฟนผมโคตรเอาแต่ใจเลยครับ >w<

เม้าท์มอย : ฟิคเรื่องนี้ต่อจากฟิคฮันนีมูนค่ะ ใครยังไม่อ่านก็ไปอ่านก่อนนะ จะได้เพิ่มอัถรส ^^

คำเตือน : ฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการ แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

------------------------------------------------------------------------

 

 

            

           

            เช้าวันอากาศสดใส เสียงนกร้องเพลงรับเช้าวันใหม่ บัคกี้ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ตื่นจากความฝัน แต่ไม่ใช่ฝันที่เลวร้าย มันเป็นความฝันที่มีแต่ความสุข จนไม่อยากตื่นจากฝัน แต่เมื่อลืมตาตื่น ความมึนเบลอก็เข้ามาแทนที่ ภาพเพดานห้องสูงขึ้นไปพร่ามัว ก่อนจะค่อยๆ ชัดขึ้น พร้อมๆ กับความโล่งในหัว

            สมองของเขาพยายามนึกอะไรบางอย่างเท่าที่นึกได้ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ จนระลึกได้ว่าก่อนที่เขาจะหลับไป เขาได้รับการรักษาจากเทคโนโลยีของวาคานด้า เรื่องเอารหัสปลุกวินเธอร์โซวเยอร์ออกจากหัว ตอนนี้เขาค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่ฝังไว้ได้หายไปแล้ว

            ต้องขอบคุณสตีฟที่พยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อที่จะช่วยเขา จนสามารถหาวิธีนี้มาได้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการสะกดจิตผสมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย จากตอนนั้นที่ไปฮันนีมูนกัน เขาหลับยาวมาอีก 1 ปีครึ่ง สตีฟปลุกเขาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับข่าวดี และตอนนี้เขากลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง แต่ตำแหน่งกัปตันอเมริกายังเป็นของแซม สตีฟยังไม่อยากรับตำแหน่งคืน เขายังอยู่ในกลุ่มคอยให้คำปรึกษา และร่วมรบกับเหล่าร้ายไปด้วยกัน และกลุ่มอเวนเจอร์ซีเคร็ตต่างก็เข้าใจ

            “ว่าไงคนดีของฉัน ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยดังขึ้นไม่ไกล บัคกี้หันไปมองตามเสียง ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนมาหยุดที่ข้างเตียง

            “สตีฟ...”

            “รู้สึกยังไงบ้าง” เขานั่งลงบนขอบเตียง พร้อมเอามือเขี่ยผมสีน้ำตาลที่ปรกหน้าออกให้

            “รู้สึกหัวมันโล่งไปหมด ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย” บัคกี้ยิ้มให้ สตีฟยิ้มตอบก้มลงจูบหน้าผากมนเบาๆ บัคกี้ตอบรับความรักด้วยการจูบแก้มของสตีฟ

            “หิวหรือยัง”

            “หิวมาก”

            คำตอบของบัคกี้ทำให้สตีฟยิ้มอย่างเอ็นดู เขาพาบัคกี้ลุกจากเตียงออกจากห้องนอนไปที่ห้องครัวในห้องพักขนาดใหญ่ที่ทีซาร่าเตรียมไว้ให้กับแขกพิเศษของเขา

            เพราะเมื่อประมาณครึ่งปีก่อน มีคนร้ายกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาโจมตีวาคานด้าหวังแย่งแร่ไวเบรเนียมไป สตีฟและกลุ่มของเขาเข้าช่วยเหลือทีซาร่าอย่างเต็มกำลัง ขับไล่พวกมันออกไป พวกเขาจึงได้รับการต้อนรับ และเป็นที่ไว้วางใจจากราชาแห่งวาคานด้า และเสนอตัวช่วยเหลือเอาโปรแกรมที่ไฮดร้าใส่ในหัวของบัคกี้ออกไปด้วย

            “หอมจัง น่ากินทั้งนั้น” บัคกี้เดินมานั่งอยู่เก้าอี้ของโต๊ะทานอาหารในครัว สตีฟจัดแจงอาหารหลายอย่างที่เตรียมไว้มาวางลงตรงหน้าบัคกี้ เป็นอาหารที่สตีฟทำเอง อย่างสุดฝีมือ

            “ฉันทำสุดฝีมือเลยนะ”

            “ขอบใจนะ” บัคกี้กล่าวขอบคุณแล้วเริ่มทานอาหารที่สตีฟทำอย่างเอร็ดอร่อย เพียงไม่นานอาหารทั้งหมดก็หายไปเหลือแต่จานเปล่า

            “ฉันเตรียมนี่ไว้ให้นายด้วยนะ” สตีฟยกถ้วยสลัดผลไม้จานใหญ่มาตรงหน้าบัคกี้ มีผลไม้หลายชนิด รวมถึงลูกพลัมด้วย

            “ขอบใจนะสตีฟ” บัคกี้ยิ้มกว้างเมื่อได้ทานผลไม้โปรด สตีฟได้กะปริมาณที่พอเหมาะให้กับบัคกี้ ผลไม้บางชนิดทานมากไม่ก็ไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่นัก เขามองคนตัวเล็กกว่านั่งตักสลัดผลไม้เข้าปากด้วยใบหน้ามีความสุข แค่นี้ก็ทำให้เขามีความสุขไปด้วยแล้ว

 

 

            “สตีฟออกไปเดินเล่นข้างนอกกัน” บัคกี้เดินเข้ามากอดสตีฟจากด้านหลัง ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังติดต่อกับแซมเรื่องภารกิจ และมันเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีอะไรต้องกังวล สตีฟพอใจในฝีมือของแซมและลูกทีมคนอื่นๆ มาก พวกเขาทำงานด้วยใจและทำอย่างเต็มความสามารถ หนึ่งสัปดาห์แล้วที่สตีฟอยู่กับบัคกี้ที่นี่ และตอนนี้เขามีความสุขมาก จนไม่อยากไปทำหน้าที่ฮีโร่ในเร็วนี้

            สตีฟยิ้มให้แล้วลูบหัวบัคกี้เบาๆ ทั้งสองเดินออกจากห้องพักไปด้วยกัน สู่สวนดอกไม้กว้างใหญ่ที่ถูกจัดตกแต่งและดูแลอย่างดี มีนักวิทยาศาสตร์ไม่กี่คนที่มานั่งนอนพักผ่อนกันประปราย สตีฟกับบัคกี้เดินลึกเข้าไป จนใกล้เขตป่าไม้สูงใหญ่ไร้ผู้คน แล้วเลือกนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

            ช่วงนี้เขาสังเกตว่าบัคกี้อ้อนเขามากกว่าปรกติหลายเท่า แทบจะไม่ห่างกันเลยตั้งแต่ไปฮันนีมูนกัน กลับจากฮันนีมูนบัคกี้ถูกแช่ไว้และจนตอนนี้ออกมาใช้ชีวิตปรกติ และเขาไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไรออกจะชอบมากด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดี

            “บัคกี้ ทำไมช่วงนี้นายขี้อ้อนจังเลย” สตีฟเอ่ยถามอย่างสงสัย

            “ทำไม! นายไม่ชอบที่ฉันอยู่ข้างนายหรือไง” บัคกี้เปลี่ยนโหมดจากลูกแมวขี้อ้อนเป็นกรัมปี้แรคคูนขี้หงุดหงิดทันที

            “ไม่ใช่นะ” สตีฟรีบคว้าข้อมือของบัคกี้ไว้เมื่อบัคกี้ลุกขึ้น ดึงลงมาให้ล้มลงนั่งตัก แล้วใช้วงแขนแข็งแรงกอดเอาไว้ “ฉันแค่ถามเฉยๆ อย่าโกรธเลยนะ”

            “ไม่ได้โกรธนิ” พูดไปแต่คิ้วยังขมวดอยู่

            “ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าน่ารักแบบนั้นสิ เดี๋ยวฉันอดใจไม่ไหวปล้ำนายตรงนี้สะเลย” สตีฟพูดแล้วก้มลงหอมแก้มบัคกี้แรงๆ จนคนบนตักเอียงหน้าหลบ

            “ไม่เอา หยุดนะ เดี๋ยวคนมาเห็น” บัคกี้ห้ามเสียงเบา กลัวว่าจะมีใครเดินผ่านมาเห็นเข้า บัคกี้ใช้มือขวาดันหน้าสตีฟออก

            “ไม่เห็นเป็นไร คนเขารู้หมดแล้วว่าเราเป็นอะไรกัน” สตีฟเม้มปลายนิ้วเรียวยาวอย่างหมั่นเขี้ยว บัคกี้ใบหน้าแดงเรื้อเพราะคำพูดของสตีฟ ก่อนจะใช้แขนซ้ายตกอกของสตีฟ แต่คนถูกตีก็ไม่ได้มีท่าทีว่าเจ็บอะไร

            “บ้าสิ”

 

 

            นอกจากจะขี้อ้อนแล้วยังกินเก่งขึ้นมาก มากๆ สตีฟยิ้มแห้งให้กับทีซาร่า และคนอื่นๆ คืนนี้ราชาแห่งวาคานด้าเชิญแขกของเขามาร่วมรับประทานมื้อค่ำกัน รวมถึงกลุ่มแฟนตาสติคโฟร์ที่เข้าร่วมขับไล้ผู้บุกรุกในครั้งนั้นด้วยมาร่วมทานอาหารร่วมกัน ขณะที่ทุกคนทานอาหารไป พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันไป มีเพียงบัคกี้ที่รับประยัดอาหารเข้าปากไม่วางมือ แก้มป่องเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ จนสตีฟต้องสะกิดขาคนข้างๆ เบาๆ เจ้าตัวถึงได้รู้ตัว แล้วลดความเร็วในการกินลง

            “เอ่อ ขอโทษที อาหารมันอร่อยมากไปหน่อย” บัคกี้ก้มหน้าเล็กน้อยอย่างเขินอาย แต่ทุกคนไม่ได้ถือสาอะไร

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเจมส์ อาหารพวกนี้เยอะมาก พวกเรากินไม่หมดหรอก” ซู สตอร์มสาวผู้มีพลังล่องหนกล่าวด้วยรอยยิ้ม ทุกคนยกเว้นสตีฟพยักหน้า

            หลังจากทุกคนทานอาการค่ำกันเสร็จ ต่างแยกย้ายกันกลับห้องพักตัวเอง โดย ดร.รี๊ด ริชาร์ดสกลับไปทำระบบความปลอดภัยให้วาคานด้าต่อ ส่วนสตีฟและบัคกี้ก็กลับห้องตัวเองพร้อมเสียงบ่นของสตีฟ

            “นายไม่ควรทำแบบนะบัคกี้ นายควรมีมารยาทมากกว่านี้” สตีฟตักเตือนเมื่อเข้ามาในที่พักตัวเอง บัคกี้หน้ามุ่ยลง

            “ก็คนมันหิวนินา”

            “ทีหลังก็กลับมากินที่ห้อง เดี๋ยวฉันจะทำให้กินเอง”

            “รู้แล้วน่า...” บัคกี้ทำหน้าหงุดหงิดก่อนจะกลับมายิ้มอีกครั้ง “งั้นทำสปาเก็ตตี้ให้กินหน่อยสิ”

            “นี่นายยังจะกินอีกเหรอ” สตีฟเอ่ยถามอย่างตกตะลึง

 

 

            นอกจากขี้อ้อน กินเก่ง แล้วยังขี้งอนด้วย และตอนนี้สตีฟกำลังปวดหัวกับบัคกี้ที่อยู่ๆ ก็งอนเขาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

            “บัคกี้ นายเป็นอะไร” สตีฟถามพร้อมเดินเข้าไปหาคนที่นั่งหน้างอหันออกไปทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของสตีฟ ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ แล้วสวมกอดคนตัวเล็กกว่าจากด้านหลัง

            “ไม่ได้เป็นอะไร”

            “ไม่ได้เป็นอะไร แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้นละ” สตีฟถามเสียงนุ่ม บัคกี้ทำหน้างอหงิกกว่าเดิม คิ้วแทบจะชนกัน ปากหยักกดจูบลงบนขมับของคนรัก แล้วถามต่อ “บอกมาเถอะนะคนดี นายเป็นแบบนี้ฉันไม่สบายใจเลย”

            “ฉันเห็น...”

            “เห็นอะไร หืม...”

            “ฉันเห็นนายอยู่กับซูซาน เธอเอากล่องอะไรบางอย่างให้นายด้วย” แถมยังทำท่าทางสนิทสนมกัน... ประโยคหลังบัคกี้ไม่ได้พูดออกไป แต่คำพูดของบัคกี้ทำให้สตีฟยิ้มได้ เขากอดบัคกี้แน่นขึ้นแล้วฟัดแก้มของบัคกี้แรงๆ หลายที จนได้ยินเสียงโวยวาย

            “โธ่เอ๊ย... นึกว่าเรื่องอะไร ซูซานแค่เอาขนมที่ฉันฝากซื้อมาให้นายต่างหากล่ะ

            พอได้ยินคำว่าขนมบัคกี้ตาโตเป็นประกายขึ้นมาทันที

            “จริงเหรอ!”

            “จริงสิ วางอยู่ในห้องครัว” ทันทีที่สตีฟพูดจบบัคกี้รีบวิ่งออกจากอ้อมแขน ตรงไปยังห้องครัวทันที ส่วนสตีฟได้แต่ยิ้มให้ตามหลัง

            ถึงหน้าตาตอนบัคกี้เง้างอนหึงหวงเขาจะน่ารัก แต่ถึงยังไงหน้าตอนดีใจก็ยังดีเสียกว่า เขาทนไม่ได้หรอกที่จะต้องเห็นบัคกี้ต้องทุกข์ใจ

 

 

            เสียงแปลกๆ ดังขึ้นมาจากห้องน้ำที่ติดกับห้องนอนทำให้สตีฟสะดุ้งตื่นขึ้นมาในยามเช้า ชายหนุ่มลุกขึ้นนั้งบนเตียงข้างกายของเขาว่างเปล่า ไร้ร่างของอีกคนที่มักจะนอนตื่นสายกว่าเขาเสมอ เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาอีกรอบ เขาไม่เสียเวลาคิดมากรีบตรงไปยังห้องน้ำที่ประตูเปิดแง้มไว้ทันที

            “บัคกี้ นายเป็นอะไรน่ะ” สตีฟเข้าไปโอบไหล่ที่สั่นเทาของคนตัวเล็กกว่าที่โก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายกับอ่างล้างหน้า แต่สิ่งที่ออกมามีแค่น้ำลายใสๆ เท่านั้น คาดว่าของกินที่อยู่ในกระเพาะจะออกมาหมดแล้ว ใบหน้าที่เคยมีสีเลือดฝาดตอนนี้ซีดเซียวจนหน้าตกใจ

            “สตีฟ...” บัคกี้ครางชื่อของคนที่ซ้อนประคองอยู่ข้างหลัง แผ่นหลังพิงอกกำยำ เขารู้สึกเวียนหัวจนทรงตัวไม่ได้

            สตีฟย่อตัวลงช้อนอุ้มบัคกี้ไปวางไว้บนเตียง เมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มและอบอุ่นของพื้นเตียงทำให้เปลือกตาบางกำลังจะปิดอีกรอบ

            “นายรู้สึกยังไงบ้าง”

            “อืม... เวียนหัวนิดหน่อย” คนที่นอนอยู่ตอบเสียงแผ่ว

            “รอตรงนี้นะ ฉันจะไปตามหมอมาดู” สตีฟกำลังจะเดินออกจากห้องนอน แต่มือเรียวคว้าชาวเสื้อยืดเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมามอบอย่างแปลกใจ

            “ไม่ต้องไปหรอก สงสัยฉันจะกินมากไปหน่อย” บัคกี้พูดเสียงเบา สตีฟหันกลับมานั่งลงบนเตียงอีกครั้ง

            “จะดีเหรอ” ถามเมื่อยังไม่หมดห่วง

            “จริงสิ มานอนต่อมา” บัคกี้ดึงสตีฟให้กลับมานอนบนเตียงอีกครั้ง ร่างสูงล้มตัวลงนอนแต่โดยดี บัคกี้ซุกหน้ากับไหล่หนา หลับตาพริ้ม

            สตีฟมองท่าทางออดอ้อนนั้นแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก มือหนาลูบผมสีน้ำตาลเข้มเบาๆ อย่างเอ็นดู สงสัยเขาต้องปรับปริมาณอาหารของบัคกี้ให้น้อยลง เพื่อที่เขาจะได้ไม่อาเจียนจนหน้าซีดเซียวแบบนี้อีก

 

 

            สตีฟคิดว่าการให้บัคกี้ทานน้อยลง เลือกเฉพาะของดีมีประโยชน์จะช่วยบัคกี้ได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด เพราะบัคกี้ทานน้อยลงไปมาก แถมอาการคลื่นไส้อาเจียนจะไม่หายไปด้วย แถมยังมากขึ้นกว่าเดิมเหมือนตอนนี้

            “บัคกี้ นายไหวหรือเปล่า” สตีฟลูบหลังของบัคกี้เบาๆ ขณะที่คนตัวเล็กกว่าโก่งคออ้วกอย่างเอาเป็นเอาตาย จนของที่กินเข้าไปเมื่อเช้าออกมาหมดไส้หมดพุง แต่บัคกี้ก็ยังจะอ้วกต่อ จนสตีฟพยุงให้มานอนบนโซฟาห้องนั่งเล่น ใบหน้าขาวซีดแสดงออกถึงความอ่อนเพลีย

            “ไหว ฉันไม่เป็นอะไร...”

            “รอตรงนี้ก่อน ฉันจะไปตามหมอมาดูอาการนาย”

            “ไม่เอา ไม่ต้องตามหมอหรอก นอนหลับสักหน่อยก็หาย” คำพูดบ่ายเบี่ยงของบัคกี้ที่พูดแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมาทำให้สตีฟเริ่มจะไม่พอใจ และเหนื่อยหน่ายกับความเอาแต่ใจของบัคกี้

            “นายเลิกทำตัวเป็นเด็กๆ สะทีเถอะ นายเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วนะ นายกำลังป่วยเป็นอะไรสักอย่าง แล้วจะให้ฉันยืนดูนายเป็นแบบนี้ได้ยังไง” สตีฟเผลอพูดเสียงดังตามแรงอารมณ์ แต่ก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นน้ำตาใสๆ เอ่อขึ้นบนดวงตาสีเทา

            “ทำไมนายต้องเสียงดังด้วย...”

            “ไม่ใช่นะบัคกี้ ฉันแค่เป็นห่วงนาย” สตีฟรีบเข้าไปปลอบแต่ถูกผลักออกอย่างไม่ใยดี

            “ใช่สิ!! นายคงเบื่อที่จะอยู่กับฉันแล้ว จะไปไหนก็ไปเลยนะ!” บัคกี้ผลักร่างสูงกว่าออกไป แต่สตีฟก็ยังพยายามกอดบัคกี้ไว้ในอ้อมแขน แม้จะถูกผลักไส

            “ฉันจะไปไหนได้ล่ะ ในเมื่อนายอยู่ที่นี่”

            “ไปหาซารอน ไปหานาตาชา ไปหาผู้หญิงของนาย จะเป็นใครก็ไปเลย” อยู่ๆ บัคกี้ก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาเสียดื้อๆ เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าตอนนี้เป็นอะไร อารมณ์ทุกอย่างมันปะปนกันไปหมด น้อยใจ เสียใจ กลัว

            “ทำไมนายพูดแบบนั้น นายชักจะเอาแต่ใจมากไปแล้วนะบัคกี้” สตีฟจับร่างเล็กกว่ายกขึ้นพากบ่า พาออกจากห้องพักทันที

            “ปล่อยนะ! นายจะพาฉันไปไหน” บัคกี้ดิ้นขัดขืน ทุบหลังสตีฟแรง แต่คนตัวโตกว่าไม่สะทบสะท้าน ก้าวขายาวๆ เพื่อพาบัคกี้ไปหาหมอทันที

            “ไปหาหมอไง ฉันยอมนานมาหลายวันแล้ว วันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่านายเป็นอะไร”

 

 

 

สวัสดีจ้า ห่างหายไปหลายวันเลย คิดถึงกันบ้างหรือเปล่า ช่วงนี้งานยุ่งๆ เลยเขียนฟิคช้าไปหน่อย กว่าจะเขียนเสร็จ แล้วได้ลงก็ใช้เวลาหลายอาทิตย์เลย อย่าเพิ่งเลิกติดตามเรานะ T^T

ปล.1 อาการของบัคกี้คืออะไรกันแน่นะ

            กด1 ท้อง!!

            กด2 ผลข้างเคียงจากการรักษาสมอง

ปล.2 ผลโหวดที่ได้จะนำไปเขียนตอนต่อไป

ปล3 ช่วยกันโหวดด้วยนะคะ เพราะเราตัดสินใจไม่ได้อะ เหอๆ ^^;;
 
 
 
 

edit @ 28 Jun 2016 17:52:53 by BluePowder

edit @ 28 Jun 2016 17:54:15 by BluePowder

Comment

Comment:

Tweet

ผลข้างเคียงจากการรักษาอาการทางสมอง

จะบอกว่าท้องมันก็แปลกไป ยกเว้นแต่ทดลองอะไรระหว่างนั้น ...

#1 By sanzokung (49.49.248.37) on 2016-07-01 23:32